CHIP SPECIAL (Mambo Open Source)

CHIP SPECIAL (Mambo Open Source)

นิตยสาร CHIP SPECIAL ฉบับพิเศษ2/2547 Mambo Open Source V4.5 Stable

Mambo Open Source หรือ “Mambo” เป็นระบบบริหารจัดการเนื้อหาเว็บไซต์ (Web Content Management System :CMS) น้องใหม่ที่น่าจับตามองในขณะนี้ Mambo ถูกพัฒนาด้วย PHP, MySQL โดยใช้เทคนิคในการเขียนโปรแกรมขั้นสูง ภายใต้มาตรฐาน XHTML สามารถทำงานได้หลายแพลตฟอร์มที่รองรับ PHP และ MySQL

“Mambo” ถูกพัฒนาขึ้นอย่างต่อเนื่องล่าสุดออกเวอร์ชั่น 4.5 มารองรับความต้องการของตลาด ซึ่งมีการเปลี่ยนแปลงและเพิ่มขึ้นอยู่ตลอดเวลา โดย Mambo มุ่งเน้นเพื่อใช้ในการพัฒนา Corporate Website หรือเว็บไซต์ของบริษัทและองค์กรต่างๆรวมไปถึงระบบ Intranet ภายในหน่วยงาน โดยมีจุดเด่นอยู่ที่ความสวยงามของรูปแบบที่ดูเป็นสากล และความง่ายต่อการใช้งานของทั้งผู้พัฒนาและผู้เข้าชมเว็บไซต์ ซึ่งให้ความรู้สึกที่แตกต่างจาก CMS ทั่วไป ตรงที่ท่านสามารถออกแบบและสร้างหน้าตาของเว็บไซต์ (Template) ได้ตามต้องการ (ภายใต้ข้อกำหนดของ Mambo) ทั้งนี้เพื่อสร้างความแตกต่างในเว็บไซต์ของท่านได้โดยไม่มีขีดจำกัด ดังรูปแบบของเว็บไซต์ที่นำมาเป็นตัวอย่างในที่นี้ (ดูรูป 1-4)

mambo website

mambo website

ความง่ายของ Mambo

การเปลี่ยนแปลงและแก้ไข

หนึ่งในเครื่องมือที่ Mambo มีให้คือ การเลือก Template สำหรับใช้ในเว็บไซต์ของท่านได้โดยวิธีง่ายๆ และประหยัดเวลา เพียงแค่ คลิกเดียวก็สามารถเปลี่ยนหน้าตาเว็บไซต์ได้ทันที โดยใช้ Template chooser ที่มีมาพร้อมกับ Mambo

นอกจากนี้ยังมี Free Template ที่ท่านสามารถหา Download ได้จากเว็บไซต์ของกลุ่มผู้ใช้งาน Mambo อาทิ www.mamboportal.com เพื่อใช้เป็นตัวอย่างสำหรับการตัดสินใจเลือกใช้ Template ที่เหมาะกับเว็บไซต์ของท่านต่อไปโดย Template เหล่านี้ช่วยให้ท่านใช้งานด้านต่างๆได้ง่ายขึ้น

การเพิ่มเติมเนื้อหา

การเพิ่มเติมเนื้อหา หรือ Content ในเว็บไซต์ สามารถทำได้โดยง่ายเช่นเดียวกับการใช้งาน MS Word ซึ่งผู้ใช้นั้นไม่จำเป็นต้องมีความรู้ทางด้าน HTML (ดูรูปที่ 5) ทำให้การเพิ่มเติมเนื้อหาเป็นไปอย่างรวดเร็ว ไม่ยุ่งยาก

การแก้ไขเติม Content ทำได้ง่าย

นอกจากนี้องค์กรส่วนใหญ่ที่ต้องอาศัยการทำงานจากเจ้าหน้าที่หลายฝ่าย ซึ่งมีการอัพเดตข้อมูลมาจากหลายส่วน Mambo ได้ออกแบบระบบการบริหารเว็บไซต์ให้สามารถกำหนดสิทธิของผู้ใช้งานในระดับต่างๆกัน สำหรับการเพิ่มเติม และแก้ไขเนื้อหาในส่วนที่รับผิดชอบเท่านั้น เพื่อให้ท่านมั่นใจได้ว่าเว็บของท่านจะไม่ถูกเปลี่ยนแปลงนอกเหนือจากที่กำหนดไว้ โดยทำให้การจัดการเนื้อหาเว็บไซต์เป็นระบบมากขึ้น ระบบได้แยกประเภท User เป็น 2 ส่วนออกจากกันคือ Front-end(Content Management) และ Back-end(System/Site Management)(ดูรูปที่ 6)

Access control list (ACL)

การกำหนดสิทธิของผู้ใช้ Front-End ในแต่ละระดับ

  • กลุ่มผู้ใช้ทั่วไป (Public users) สามารถอ่านข้อมูลได้บางอย่าง
  • กลุ่มสมาชิก (Registered users) สามารถอ่านข้อมูลได้ทั้งหมด
  • กลุ่มนักเขียน ( Authors) สามารถเพิ่มเนื้อหา (Content)
  • กลุ่มผู้ตรวจสอบเนื้อหา (Editors) สามารถเพิ่ม และแก้ไขเนื้อหางานเขียนของนักเขียนรายอื่นๆ ได้
  • กลุ่มผู้เผยแพร่เนื้อหา (Publishers) สามารถทำงานได้ครอบคลุมงานของทุกส่วนและทำหน้าที่ในการอนุญาตให้เนื้อหา (Content) เผยแพร่บนหน้าเว็บไซต์

Mambo ออกแบบมาให้ User ในกลุ่มของ Front-end นี้ ทำหน้าที่หลักในการบริหารจัดการส่วนของเนื้อหา (Content Management) โดยไม่ต้องสับสนกับการบริหารจัดการส่วนของ Back-end (System/Site Management)

นอกจากนี้ Mambo ยังมีความสามารถที่จะแสดงเนื้อหาในหน้าเว็บไซต์ได้อัตโนมัติตามช่วงเวลาที่ได้กำหนดไว้ (ดูรูปที่ 7)

กำหนดช่วงเวลาการแสดง content

อีกทั้งยังสามารถกำหนด Metadata เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับระบบค้นหาข้อมูล (Search Engine) จากเว็บของท่านได้เร็วขึ้นและยังสามารถทำ “Search Engine Friendly” (SEF) URLs ซึ่งโดยปกติแล้ว Search Engine ทั่วไปไม่สามารถสร้างดัชนีเพื่อใช้ค้นหาข้อมูลจากเว็บไซต์ที่เป็น Dynamic ได้ นั่นคือ แม้ข้อมูลในเว็บของท่านจะตรงตามคำที่ใช้ค้นหา Search Engine อย่างเช่น Yahoo หรือ Google ก็ไม่สามารถหาหน้าเว็บของท่านพบ เนื่องจากข้อมูลถูกเก็บอยู่ใน Database (MySQL) ซึ่ง Search Engine ไม่สามารถค้นหาข้อมูลที่เก็บอยู่ใน Database ได้ แต่ Mambo มีฟังก์ชันและความสามารถในการรองรับ โดยใช้ mod_rewrite ใน Apache Webserver ซึ่ง Hosting ที่เป็น Share Server ของ ISP ทั่วไปมักไม่ได้ตั้งให้ใช้งาน mod_rewrite เป็นค่ามาตรฐาน(Default)

นอกจากนี้ Mambo ยังมีความสามารถในการเก็บคำหรือข้อความที่ผู้เข้าชมเว็บไซต์ใช้ในการค้นหา ซึ่งจะทำให้ท่านทราบถึงชนิดและประเภทของข้อมูลที่กลุ่มผู้เข้าชมเว็บไซต์ต้องการ เพื่อประโยชน์สำหรับการปรับปรุงและพัฒนาเว็บไซต์ของท่านต่อไปในอนาคต

กำหนด/แก้ไข Metadata ของแต่ละ Content

ความสามารถในการรองรับผู้มาชมเว็บไซต์และความเร็วในการเข้าชม

Mambo รองรับการใช้งานเว็บไซต์ได้ทุกขนาดแม้กระทั่งเว็บไซต์ที่มีความซับซ้อน เช่น เว็บไซต์ Bosnian(www.superbosna.com) รองรับผู้เข้าชมมากกว่าสองแสน unique visitors และเนื้อหา(Content) มากกว่าสี่หมื่นรายการ และเว็บ Developer Shed Network (www.devshed.com) ได้เปลี่ยนมาใช้ Mambo เพื่อรองรับปริมาณผู้เข้าชมกว่าสามล้านครั้งต่อเดือน

นอกเหนือจากความสามารถที่ทีมผู้พัฒนาได้ให้มาพร้อมกับ Mambo แล้ว ยังเปิดช่องทางให้กับผู้ใช้ได้พัฒนา Modules, Component, Template (CMT) เพื่อรองรับงานตามต้องการ เช่น Image gallery, e-commerce, forum เป็นต้น ทำให้กลุ่มผู้ใช้ Mambo แบ่งออกเป็น 2 กลุ่มด้วยกันคือ กลุ่มผู้ใช้งานทั่วไป ซึ่งเป็น กลุ่มที่ไม่มีความรู้ในการเขียนโปรแกรมหรือพัฒนา Template และกลุ่มที่สองเป็นกลุ่มของนักพัฒนา (3rd Party) ซึ่งแยกออกเป็น 2 ประเภทคือ นักพัฒนาในส่วนของโปรแกรมมิ่ง (Component, & Modules) ตัวอย่างเช่นการพัฒนาระบบ Shopping Cart และกลุ่มของนักออกแบบ(Web Design) ซึ่งมีความสามารถออกแบบ Template ให้สวยงาม โดยผลงานของกลุ่มที่เป็นนักพัฒนาก็มีทั้งส่วนที่แจกให้ใช้ฟรีและส่วนที่ทำไว้เพื่อขาย

จากจุดนี้เอง Mambo ได้แสดงให้เห็นว่ากลุ่มนักพัฒนาที่จะสร้างรายได้จาก Mambo ในการพัฒนาคอนเทนต์รองรับความต้องการของตลาด หรือสามารถเป็นผู้ให้บริการติดตั้งและพัฒนา Mambo ให้กับกลุ่มผู้ใช้ที่ไม่สามารถนำ Mambo ไปปรับใช้งานอย่างที่ต้องการได้

Mambo เป็น Open Source Software ที่ท่านสามารถใช้งานได้ฟรีโดยไม่มีค่าใช้จ่าย ท่านสามารถเรียนรู้การใช้งานได้ด้วยตัวเอง เช่นเดียวกับ Open Source Software ทั่วไป แต่หากท่านต้องการประหยัดเวลาหรือต้องการการดูแลแก้ไขก็สามารถซื้อบริการจากผู้ให้บริการได้เช่นเดียวกัน

ก่อนที่เราจะติดตั้ง MOS คงจะต้องมาดูกันก่อนว่า CMS ตัวนี้ต้องการอะไรบ้าง

  • MySQL Database – http://www.mysql.com
  • PHP 4.1.0 or above HTML-embedded scripting language
  • http://www.php.net PHP ต้องรองรับการใช้งานกับ MySQL และ XML

ในที่นี้เราไม่ได้กล่าวถึงส่วนที่เป็นเว็บเซิร์ฟเวอร์หรือระบบปฏิบัติการว่าต้องเป็นอะไร เนื่องจาก CMS ตัวนี้สามารถใช้ได้กับเว็บเซิร์ฟเวอร์ทุกตัวที่รองรับ PHP และ MySQL ดังนั้นไม่ว่าจะเป็น Microsoft Windows +IIS หรือ Apache Web Server ก็สามารถใช้งานได้เช่นกัน (ในการติดตั้งครั้งนี้ เราใช้ WMServer Tools (Apache +PHP +MySQL) ติดตั้งบน Microsoft Windows XP)

เตรียมความพร้อมก่อนติดตั้ง

  1. ก่อนอื่นต้องเตรียม File ของ Mambo Open Source(MOS) ที่เราจะติดตั้งก่อน โดยก๊อบปี้ไฟล์ MamboV4.5-Stable.tar จากแผ่นซีดี หรือดาวน์โหลดไฟล์ติดตั้ง MOS เวอร์ชั่นล่าสุดได้ที่เว็บไซต์ www.mamboserver.com หรือ www.mambohub.com
  2. แตกไฟล์ด้วยโปรแกรม WinZip หรือ WinRAR โดยสร้าง Floder ขึ้นมาสำหรับเก็บ File เช่น MOS
  3. คัดลอก File ทั้งหมดที่อยู่ในโฟลเดอร์ MOS (ในที่นี้เราได้สร้างโฟลเดอร์ CMS ไว้บน Web Server เพื่อใช้สร้างเว็บด้วย Mambo Open Source) ไปวางไว้ใน Folder ที่เก็บเว็บไซต์\www\cms ดังรูป
  4. เตรียมความพร้อมก่อนติดตั้งข้อ 1-3

  5. เปิดบราวเซอร์ขึ้นมาแล้วพิมพ์ URL http://127.0.0.1/cms เพื่อเริ่มการติดตั้งโปรแกรม MOS     ในการเรียกเข้าเว็บครั้งแรก หากท่านยังไม่มีการติดตั้งค่า Config ตัว MOS จะพาท่านเข้าสู่หน้า Web Installer และตรวจสอบค่า Config ต่างๆ (Pre-Installation check) และความต้องการของระบบ พร้อมทั้งคำแนะนำในสิ่งที่ต้องตรวจสอบ ดังรูป

เตรียมความพร้อมก่อนติดตั้งข้อ 4

ขั้นตอนการติดตั้ง

  1. Step 1 การกำหนดค่า MySQL database กำหนดค่า MySQL database ตามรายละเอียดดังนี้
        Host Name : ให้ใส่ localhost
        MySQL Username : ในที่นี้ใส่ root
        MySQL Password :
        MySQL Database Name : cms
    **ในกรณีที่ท่านเช่า Hosting ค่า username,password,database name เหล่านี้ ท่านจะต้องสอบถามกับทาง Hosting ที่ท่านเช่าใช้งาน
       จากนั้นกำหนดค่าการติดตั้งตามรายละเอียดดังนี้
    • Drop Existing Table? - ลบตารางข้อมูลที่มีอยู่ก่อนหน้านี้ (กรณีที่เคยติดตั้งไว้แล้ว)
    • Backup Tables? - เก็บตารางข้อมูลที่มีไว้ก่อน
    • Install Help Data? - ติดตั้ง Help
    • Install Sample Data? - ติดตั้งตัวอย่างข้อมูล
    • กด Next เพื่อไปยัง Step ที่ 2

    • Step 1 การกำหนดค่า MySQL database กำหนดค่า MySQL database

  2. Step 2 Enter the Name of your Mambo Open Source Site เป็นการกำหนดชื่อของ Web Site ที่เรากำลังจะสร้าง(Site Name) ดังรูป

  3. Step 2 Enter the Name of your Mambo Open Source Site

  4. Step3 Confirm the site URL, absolute path and admin e-mail
    ในขั้นตอนนี้จะเป็นการกำหนด email ของ admin หรือผู้ดูแลเว็บ และการกำหนดรหัสสำหรับ Admin ในการ Login เข้าไปดูแลเว็บ ซึ่งสิ่งสำคัญในขั้นตอนนี้คือการใส่ password ที่ท่านจะต้องจำให้ได้ (โปรแกรมจะ generate password เริ่มต้นไว้ให้) จากนั้นกดปุ่ม Next

  5. Step3 Confirm the site URL, absolute path and admin e-mail

  6. Step 4 Congratulations! Mambo Open Source is installed
    เมื่อมาถึงหน้าจอนี้แสดงว่าท่านได้จบขั้นตอนในการติดตั้งแล้ว และอย่าลืมทำตามคำเตือนที่แสดงไว้ในหน้าจอนี้คือการย้ายหรือเปลี่ยนชื่อ Directory installation ไปเป็นชื่ออื่นหรือถ้าให้ดี ก็ลบทิ้งออกไปเลยเพื่อความปลอดภัย

    Step 4 Congratulations! Mambo Open Source is installed


       จาก Step ที่ 4 นี้ จะมี button ให้เลือก 2 button ด้วยกัน ได้แก่ Run คือการเปิดหน้าเว็บปกติ และ Admin คือ การเข้าไปในส่วนของระบบ Back-end ที่ใช้ในการบริหารเว็บ
       ในกรณีที่ท่านลืมเปลี่ยนชื่อ Directory Installation นั้น ระบบจะไม่ยอมแสดงหน้าเว็บจริง โดยจะแสดงหน้าเว็บเตือนให้ท่าน Remove Directory Installation ออกไปจากระบบเสียก่อน ดังรูป

    หน้าเว็บเตือนให้ท่าน Remove Directory Installation


       จากนั้นลบ Directory Installation ออกจากระบบ ดังรูป
        เมื่อท่านได้ทำการลบ Directory Installation ออกเรียบร้อย เมื่อกดปุ่ม Refresh ท่านก็จะได้เว็บที่ท่านสร้างขึ้นมาเองภายในไม่กี่ขั้นตอน

การลบ Directory Installation

ทำความรู้จักโครงสร้างของ MOS
ส่วนประกอบของเว็บที่สร้างจาก MOS ประกอบด้วยส่วนหลักๆ ดังนี้
  • Theme หรือ Template ก็คือหน้าตาของเว็บไซต์ที่เราเห็นอยู่ ซึ่งในแต่ละ Theme หรือ Template จะประกอบด้วย Modules และ Components
  • Components คือ แสดงส่วนพื้นที่หลักกลางหน้าเว็บ เช่น FrontPage, เว็บบอร์ด, เว็บลิงค์, Content, Banner ฯลฯ
  • Modules คือส่วนประกอบที่แสดงอยู่ทางด้านซ้ายและขวา เช่น Polls, Login Module, Main menu ฯลฯ
  • ระบบบริหารจัดการเนื้อหาเว็บไซต์หรือ CMS โดยทั่วไปจะมีรูปแบบในการออกแบบไม่ต่างกันมากนักคือประกอบด้วย Theme หรือ Template เพื่อให้ผู้ใช้สามารถออกแบบหน้าตาของเว็บเพิ่มเติมได้เอง รวมไปถึงการพัฒนาโปรแกรม หรือส่วนประกอบของเว็บไซต์อื่นๆ หรือที่เรียกกว่า Component/Module ดังนั้นภาพรวมของ CMS จึงเปรียบได้กับจิ๊กซอว์ที่ผู้ใช้งานสามารถนำส่วนต่างๆมาประกอบกันเป็นเว็บไซต์ได้ แต่จุดต่างของแต่ละ CMS อยู่ที่ความยากง่ายในการใช้ ตั้งแต่การติดตั้งไปจนถึงการพัฒนาส่วนประกอบอื่นๆ เพิ่มเติม

ส่วนประกอบของเว็บที่สร้างจาก MOS

การปรับแต่งเว็บ

การปรับแต่งหน้าเว็บที่พัฒนาขึ้นจาก Mambo Open Source นั้น สามารถทำผ่าน Back-end ของระบบ ซึ่งใช้สำหรับการบริหารจัดการส่วนต่างๆของเว็บไซต์ โดยการ Login เข้าสู่ส่วน Admin ด้วย Username ว่า “Admin” ที่ถูกสร้างให้ขณะติดตั้ง และ Password ที่ถูกกำหนดไว้ในขั้นตอนที่ 3 ของการติดตั้งเช่นกัน

อย่างไรก็ตามการเข้าสู่ระบบ Back-end หรือ Administration นั้น ก็สามารถทำได้โดยการคลิก Link Administrator จาก Main Menu ซึ่งอยู่ด้านซ้ายของ Default เว็บเพจ หรือสามารถเข้าโดยตรงผ่าน http://127.0.0.1/cms/administrator

Mambo Open Source Administration


เมนูการใช้งานในส่วนของ Admin


แบบการใช้งานในส่วนของ Backend


site menu


content menu ส่วนของการบริหารจัดการเนื้อหาเว็บไซต์


component menu ส่วนของการจัดการ component


modules menu ส่วนของการจัดการ modules


system ส่วนการตรวจเช็คการบริหารจัดการตัวระบบ


help ส่วนให้ความช่วยเหลืออธิบายในการใช้งาน


My admin ส่วนติดต่อสื่อสารระหว่างทีม


การปรับแต่งคอนฟิกให้กับเว็บไซต์นั้นประกอบด้วยส่วนสำคัญ 2 ส่วนคือ
  1. Global Configuration
    เป็นการปรับแต่งค่าคอนฟิกให้กับ MOS ในการบริหารจัดการเว็บไซต์โดยแยกออกเป็นหมวดหมู่ชัดเจน ได้แก่
    • Site : เป็นการกำหนดค่าให้กับเว็บของท่าน เช่น Site Off-line จะใช้ในกรณีที่ต้องการปิดเว็บเพื่อปรับปรุง
    • Use Banner เป็นการกำหนดให้เว็บของท่านมีการใช้งานระบบ Banner

    • การกำหนดค่า site

    • Locate : เป็นการกำหนดค่า Time Offset ซึ่งขึ้นอยู่กับประเทศที่ตั้งของ Hosting ที่ใช้

    • การกำหนดค่า locate

    • Content: กำหนดค่า Config ที่จะมีผลกับการแสดงเนื้อหา (Content) ในหน้าเว็บของท่าน เช่น แสดงวันเวลาที่เขียนเนื้อหา, ชื่อผู้เขียน รวมไปถึงการเก็บคำที่ User ใช้ในการค้นหา ซึ่งท่านสามารถกำหนด Metadata ให้กับเว็บไซต์ของท่านได้จากหมวดของ Metadata

    • การกำหนด content

  2. Front Page Settings
    เป็นการจัดรูปแบบในการแสดงเนื้อหา (Content) ซึ่งท่านสามารถเข้าไปปรับเปลี่ยนได้ในเมนู Components/Front Page ดังรูปที่ 7 และรูปที่ 8

  3. การกำหนดโครงสร้างการแสดง content ในหน้าแรก

    จากรูปที่ 8 และ 9 เป็นการกำหนดค่า Front Page ในส่วนของ Item Structure หรือ โครงสร้างการแสดงเนื้อหาหลัก 1 เรื่อง และในส่วนของ Parameters ประกอบด้วยการแสดงข้อความต้อนรับเป็น “Welcome to the Front Page” ซึ่งกำหนดให้มี Intro 3 บรรทัด การแสดงรูปภาพรวมถึงเนื้อหาที่แสดงที่หน้าแรกจำนวน 6 เรื่อง


กำหนดข้อความต้อนรับและเนื้อหาที่จะแสดงในหน้าแรก


The Joomla!® name and logo is used under a limited license granted by Open Source Matters the trademark holder in the United States and other countries.
marvelic.co.th is not affiliated with or endorsed by Open Source Matters or the Joomla!® Project