E-COMMERCE(สร้างเว็บไซต์ขายสินค้าด้วย โอเพ่นซอร์ส)

E-COMMERCE สร้างเว็บไซต์ขายสินค้าด้วย โอเพ่นซอร์ส

นิตยสาร e-commerce vol.117 September 2008 หัวข้อ สร้างเว็บไซต์ขายสินค้าด้วย โอเพ่นซอร์ส

หลายคนคงรู้จักหรือเคยใช้งานโปรแกรม Open Source CMS กันมาบ้างแล้ว ซึ่งให้ความสะดวกและความง่ายในระดับหนึ่งต่อการสร้างเว็บไซต์ของผู้ใช้ที่เขียนโปรแกรมไม่เป็น หรือไม่เคยสร้างเว็บไซต์มาก่อน โดยที่ผ่านมานิยมนำไปทำเว็บไซต์หน่วยงาน/องค์กร (Corporate Website) เว็บท่า (Potals Website) เว็บไซต์ที่ใช้ในองค์กร (Intranet Website) เว็บไซต์ส่วนตัว(Posonal Website) รวมถึงเว็บไซต์ที่เป็นที่นิยมอย่างมาก คือ เว็บไซต์เชิงพาณิชย์(Commercial Website) ซึ่งปัจจุบันนอกจากนิยมที่จะมีการแนะนำสินค้าและผลิตภัณฑ์ต่างๆ(Product Catalogue) ผ่านหน้าเว็บแล้วยังมีการพัฒนาไปถึงการขายสินค้าออนไลน์ เสมือนเรามีหน้าร้านบนอินเตอร์เน็ตอีกด้วย

สำหรับการสร้างเว็บไซต์ขายสินค้าด้วยซอฟต์แวร์โอเพ่นซอร์สนั้น สำคัญอยู่ที่การเลือกใช้ซอฟต์แวร์ที่สามารถรองรับความต้องการได้ โดยวิธีการนำมาใช้อาจเลือกใช้ระบบบริหารจัดการเว็บไซต์ที่เป็นโอเพ่นซอร์ส (Open Source CMS) ควบคุมกับการใช้ระบบขายสินค้า (Shopping Cart) ซึ่งเป็น Plug-in เสริม หรืออาจเลือกใช้ระบบบริหารจัดการร้านค้า (Open Source E-Commerce Solution) ขนาดใหญ่ ที่สามารถรองรับความต้องการของผู้ใช้ได้มากขึ้น ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับความต้องการของเรา

การเลือกใช้ Open Source CMS ที่มีความนิยมอย่าง Joomla ควบคู่กับการใช้ระบบ Shopping Cart อย่าง VirtueMart สามารถเชื่อมต่อระบบชำระเงินได้หลากหลาย เช่น Paypal หรือเชื่อมต่อกับระบบของธนาคารที่ตนเองใช้บริการอยู่ได้โดยตรง ซึ่งในส่วนของ Joomla นั้น สามารถทำหน้าที่เป็นระบบบริหารจัดการเนื้อหาเว็บไซต์ (Content) ได้เป็นอย่างดี เมื่อเปรียบเทียบกับวิธีที่เป็นออฟไลน์แล้ว เราสามารถทำโบชัวร์แนะนำสินค้าต่างๆในรูปแบบ Content ของเว็บ ส่วนการเขียน Advertorial ที่ลงโฆษณาในนิตยสารนั้น เราก็สามารถดัดแปลงเป็น Content ในเว็บของเราได้เช่นกัน หรือเราอาจทำสปอตโฆษณาทาง ทีวี หรือรายการทีวี ในรูปแบบไฟล์ VDO Clip ให้ดาวน์โหลดหรือแสดงในเว็บได้ ซึ่งเนื้อหาที่กล่าวมานั้นสามารถเผยแพร่ตามช่วงเวลาที่กำหนด และสามารถแบ่งเป็นหมวดหมู่ต่างๆได้ตามต้องการ

นอกจากนี้ในส่วนของ VirtueMart ก็สามารถทำเป็นระบบแค็ดตาล็อกสินค้า หรือแสดงรายการสินค้าของเรา ซึ่งสามารถจัดหมวดหมู่และประเภทของสินค้าได้โดยไม่จำเป็นต้องใช้ระบบตะกร้าออนไลน์ที่มีมาให้ หลายเว็บสามารถขายสินค้าโดยให้ผู้สนใจติดต่อผ่านการดำเนินธุรกรรมตามปกติ เช่น การโอนเงินผ่านทางธนาคาร ATM หรือการเก็บเงินปลายทางเมื่อส่งสินค้าไปยังผู้ซื้อ เป็นต้น แต่หากเราต้องการให้บริการลูกค้าได้สะดวกยิ่งขึ้น VirtueMart มีระบบตะกร้าสินค้า (Shopping Cart) ที่สามารถเชื่อต่อกับ Payment Gateway หรือธนาคารต่างๆให้ผู้ซื้อสามารถชำระเงินผ่านบัตรเครดิตได้เลย ทำให้ผู้ซื้อเกิดความสะดวก และการขายสินค้าก็เป็นไปอย่างรวดเร็วมากขึ้น อีกทั้งยังสามารถกระตุ้นให้เกิดการซื้อสินค้าของเรามากขึ้นด้วยความสามารถของการจัดอันดับความนิยม (Rating) และให้คำรับรอง (Testimonials) สินค้าจากผู้เป็นเจ้าของเว็บหรือผู้ซื้อสินค้า และยังสามารถทำรายการส่งเสริมการขายต่างๆ ผ่านระบบได้ เช่น การทำคูปองส่วนลด และการลดราคาสินค้า หรือการจัดกลุ่มสินค้าราคาพิเศษ เป็นต้น นอกจากนี้ยังเติมเต็มความต้องการด้วยความสามารถอื่นๆ อาทิ ระบบการขนส่งสินค้า (Shipping Module) ที่สามารถคำนวณค่าจัดส่งของผู้ให้บริการส่งสินค้า อย่าง UPS, USPS, FedEx หรือ Canada Post เป็นต้น

Joomla และ VietualMart

หรือเราจะกำหนดอัตราค่าจัดส่งเองก็ทำได้ นอกจากนี้ระบบยังสามารถแสดงสินค้าในสกุลที่ต่างกันได้หลายสกุลที่ต่างกัน และมีระบบรายงานตรวจสอบสถานะการสั่งซื้อสินค้าให้เราอีกด้วย ทั้งนี้ความสามารถระบบที่มีมาอาจไม่ซับซ้อนมากนัก แต่ง่ายสำหรับการนำไปใช้เป็นอย่างมาก

สำหรับใครที่จะเปิดร้านค้าออนไลน์และต้องการระบบเพื่อรองรับการขยายสาขาร้านได้ในอนาคต แนะนำให้ลองใช้ “Magento” (www.magentocommerce.com)

magento ระบบ E-Commerce solution

ซึ่งเป็น E-commerce Solution ขนาดใหญ่ที่ผู้ใช้ในต่างประเทศให้ความสนใจเป็นอย่างมากโดย Magento นี้สามารถ Run ได้เดี่ยวๆ ไม่ต้องอาศัย Core System คือเป็นทั้ง CMS และ E-commerce Solution ในตัว อาจต้องอาศัยความเข้าใจ และความเชี่ยวชาญเป็นอย่างมากในการนำไปใช้ เนื่องจากความสามารถของระบบที่มีมาให้นั้นมีมากมาย การ Config ให้เข้ากับความต้องการ ของเราจึงยากไปด้วย หากเปรียบเทียบความสามารถที่เหนือกว่า VirtueMart เพื่อให้ง่ายต่อการทำความเข้าใจซึ่งนอกจาก Magento จะมีระบบ CMS แล้วยังมีระบบรองรับเนื้อหาเว็บไซต์ได้หลายภาษา(Multi Lingual) ระบบการส่งข่าวสาร (E-Newsletter) และระบบ Poll นอกจากนี้ การกำหนดคูปองเพื่อใช้ในรายการส่งเสริมการขายของร้านยังทำได้หลายรูปแบบ สามารถกำหนดตามกลุ่มของลูกค้า หรือกำหนดตามช่วงเวลาที่ต้องการ หรืออาจทำรายการซื้อขายแบบซื้อ X แถม Y เป็นต้น สามารถจัดรายการส่งเสริมการขายแบบ Cross-sells กับประเภทสินค้าที่ต่างกันได้ และยังสามารถทำรายการลดราคาสินค้าได้ตามประเภทสินค้า หรือตัวสินค้าที่เราต้องการได้ นอกจากนี้ผู้ซื้อยังสามารถเปรียบเทียบราคาสินค้าที่สนใจ เพื่อเพิ่มความสะดวกในการตัดสินใจซื้อสินค้าได้อีกด้วย ความสามารถของระบบ Magento มีอีกมากมายถึงขั้นที่เราสามารถพัฒนาเป็น E-Market Place ซึ่งเป็นรูปแบบการขายสินค้าที่เปิดโอกาสให้ผู้ขายสินค้ามาเปิดร้านค้าบนเว็บไซต์ของเราได้ และผู้ให้บริการอย่างเราก็จะมีรายได้จากการคิดค่าบริการในส่วนต่างๆของเว็บ ซึ่ง Magento ก็ได้วางโครงสร้างต่างๆไว้ครบครัน นอกจากนี้ยังมีสิ่งสำคัญหนึ่งที่ Magento เตรียมไว้ให้ คือ การรองรับ SEO ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการเขียน URL ในหน้าต่างๆแบบอัตโนมัติและมีระบบการเขียน Meta-Infomation สำหรับสินค้าและรายการสินค้า เป็นต้น ทั้งนี้ เพื่อให้ Search Engine ค้นหาร้านค้าและสินค้าภายในร้านของเราได้ง่ายขึ้น

joomlacorner.com

สำหรับท่านใดที่สนใจ “VirtueMart” เวอร์ชั่นภาษาไทยนั้น ทีมงานของเราซึ่งเป็น Core Team ใน VirtueMart ได้มีการพัฒนาออกมาภายใต้ชื่อ “Joomla! LaiThai Shop” โดยสามารถดาวน์โหลดได้ที่ www.joomlacorner.com และสำหรับ “Magento” ภาษาไทย ยังอยู่ระหว่างการทดสอบขั้นสุดท้ายและจะปล่อยให้ดาวน์โหลดเร็วๆนี้ หากท่านใดสนใจก็เข้าไปติดตามข่าวสารได้ที่ http://www.mambo.or.th


The Joomla!® name and logo is used under a limited license granted by Open Source Matters the trademark holder in the United States and other countries.
marvelic.co.th is not affiliated with or endorsed by Open Source Matters or the Joomla!® Project